มาตรการภาษีเพื่อการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี                        



          ในปัจจุบันเป็นยุคโลกาภิวัฒน์ ประเทศต่างๆ ได้หันมาแข่งขันกันทางการค้า ดังนั้น การวิจัยและพัฒนาจึงมีความสำคัญ เนื่องจากมีส่วนช่วยในการผลิตสินค้าและบริการเพื่อทดแทนการนำเข้าและพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อการส่งออก

           นอกจากนี้ประเทศกำลังพัฒนาได้พัฒนาการผลิตจนสามารถผลิตได้คุณภาพในราคาที่ต่ำกว่าเนื่องจากค่าแรงต่ำกว่า จึงทำให้ประเทศพัฒนาแล้วต้องพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงขึ้น และหาทางป้องกันการ
เลียนแบบ โดยให้ประเทศอื่นมีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา สำหรับประเทศไทย ได้พิจารณาแล้วเพื่อลดความขัดแย้งทางการค้า และเพื่อให้เป็นตามหลักสากล และข้อตกลง GATT จึงได้มี พ.ร.บ. สิทธิบัตร เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาดังนั้นประเทศไทยจึงต้องมีการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสามารถพัฒนาการผลิตให้ได้คุณภาพโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้


           ดังนั้น กรมสรรพากรจึงได้มีมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการวิจัยด้วยมาตรการ การให้หักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นของทรัพย์สิน ประเภทเครื่องจักร และอุปกรณ์ของเครื่องจักรที่ใช้สำหรับการวิจัยและพัฒนา (การหักค่าเสื่อมราคาเร่งในปีแรก) และมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับผู้ว่าจ้างทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี (เปรียบเสมือนการหักรายจ่ายได้ 2 เท่า) ถึงแม้มาตรการภาษีเงินได้จะเป็นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยตรงแก่ผู้ว่าจ้างทำการวิจัยและพัฒนา และอยู่ในเกณฑ์สูงคือมีการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเงินได้ของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าจ้างเพื่อทำการวิจัยและพัฒนา แต่มีผู้มาใช้สิทธิเพียงเล็กน้อย เนื่องจากสาเหตุหนึ่ง กล่าวคือ ผู้ประกอบการบางส่วนยังไม่มีความมั่นใจว่าการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีกรณีใดจะได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรมสรรพากรจึงได้ประสานงานกับกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2541 โดยกำหนดให้กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ช่วยให้ความเห็นเพื่อรับรองหน่วยงานวิจัยและพัฒนา ในการดำเนินงานมาตรการภาษีเพื่อการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา และกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัด เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้

สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี

           1. การให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นของทรัพย์สินประเภทเครื่องจักร และอุปกรณ์ของเครื่องจักรที่ใช้สำหรับการวิจัยและพัฒนา ให้หักในวันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมาในอัตราร้อยละ 40 ของมูลค่าต้นทุน สำหรับมูลค่าต้นทุนส่วนที่เหลือให้หักตามเงื่อนไขและอัตราที่กำหนด ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับ : ผู้ประกอบการที่ซื้อเครื่องจักร และอุปกรณ์ของเครื่องจักรที่ใช้สำหรับการวิจัยและพัฒนา สามารถหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคา ในปีแรกได้สูงกว่าเครื่องจักร และอุปกรณ์ทั่วไป ทำให้
ผู้ประกอบการเสียภาษีลดลงในปีแรกที่ซื้อเครื่องจักร และอุปกรณ์มา ผู้ประกอบการก็จะได้ประโยชน์ในด้านการหมุนเงิน (CASH FLOW) เนื่องจากเป็นการชะลอการเสียภาษีในปีแรก

          2 การยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้ของบริษัท และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่าย ที่ได้จ่ายไปเป็นค่าจ้างเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาให้แก่ หน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนตามที่กำหนด ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับ : ผู้ประกอบการสามารถหักรายจ่ายสำหรับค่าจ้าง เพื่อทำการวิจัยและพัฒนาได้ตามปกติและยังได้รับยกเว้นเงินได้เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าจ้างเพื่อทำการวิจัยและพัฒนา เช่น ผู้ประกอบการได้จ่ายค่าจ้างเพื่อทำการวิจัยและพัฒนา 100,000 บาท ผู้ประกอบการจะหักรายจ่ายได้ตามปกติ 100,000 บาท และเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี 100,000 บาท ทำให้เงินได้ที่ต้องนำไปคำนวณเพื่อเสียภาษีลดลง 200,000 บาท หรือเทียบเท่ากับ 200% ของรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าจ้างเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี

TOP

     ดูทีวี Online
ทีวี 3 | ทีวี 5 | ทีวี 7 |  Tีitv | nation TV | Modern 9 | 11 สทท |


Copyright ©2007 Accasa.com

Home        About Us         Structure        Services        Contacts            FAQ