เทคโนโลยีธุรกิจ หรือ Business Technology (BT) เป็นแนวความคิด ในการบริหารธุรกิจ โดยการนำเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีอยู่เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อเสริมสร้างทั้งประสิทธิภาพ คือ การกระทำในสิ่งที่ถูกที่ควรจะทำ และประสิทธิผลคือ การกระทำในสิ่งที่ควรทำให้ถูกต้อง หมายถึงเพื่อการเพิ่มผลผลิตอย่างมีคุณค่า (valuable productivity) ให้แก่องค์กรธุรกิจ หรือวิสาหกิจ
ในขณะนี้ มีการกล่าวถึงแนวความคิดที่จะเพิ่มผลผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของ ประเทศไทย การเพิ่มผลผลิตอย่างเดียว ไม่เพียงพอ ต้องเพิ่มผลผลิตอย่างมีคุณค่า มีคุณประโยชน์ ต่อผู้ประกอบการ และ ประเทศชาติ ไปพร้อมๆ กันด้วย ดังนั้น การเพิ่มผลผลิต อย่างมีคุณค่าจะ เป็นการ ดำเนินการ การบริหารการจัดการ ในการเพิ่มผลผลิตเชิงกลยุทธ์ (strategic productivity management) อีกนัยหนึ่ง การเพิ่มผลผลิต อย่างมีคุณค่า คือการเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ตัวอย่างการเพิ่มผลผลิตข้าว ถ้าจะดำเนินการให้เกิดมีเพิ่มผลผลิต เพียงอย่างเดียว เกษตรกรอาจจะมีรายได้เพิ่มขึ้น หรือเท่าเดิม หรือลดลง ขึ้นอยู่กับราคาขายและราคาขาย ขึ้นอยู่กับผลผลิตหรืออุปทาน กับความต้องการ หรืออุปสงค์ของข้าว ภายในประเทศ และในโลก อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเกษตรกรมีทั้งรายได้จากการขายข้าวเพิ่มสูงขึ้นและมีรายได้ สุทธิหรือกำไรสุทธิ (รายได้จากการขาย หักค่าใช้จ่ายในการผลิตทั้งหมด) เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย จึงจะถือได้ว่าเป็นการ เพิ่มผลผลิตอย่างมีคุณค่า
การที่จะลงทุนนำเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจก็เช่นกัน เทคโนโลยีนั้นๆ จะต้องเพิ่มทั้งผลผลิต และผลกำไรให้แก่องค์กร นอกจากนั้นแล้ว ก่อนที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ จะต้องแบ่งการพิจารณาออกเป็นสามส่วน ได้แก่
(1) ความต้องการของวิสาหกิจ
(2) เทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่คาดว่าจะมีขึ้นในอนาคต
(3) การนำความต้องการและเทคโนโลยีเข้ามาเชื่อมโยงเข้าด้วยกันให้เหมาะสมกับความต้องการ ความสามารถในการลงทุน ช่วงระยะเวลาตลอดจนทรัพยากรสนับสนุนต่างๆ ที่มีอยู่ จนได้เป็นเทคโนโลยีธุรกิจ เฉพาะกับวิสาหกิจนั้นๆ หรือเป็นเทคโนโลยีธุรกิจเฉพาะรายวิสาหกิจ
(1) ความต้องการของวิสาหกิจ ที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร เช่น
(ก) เพื่อแก้ไขปัญหา ปัญหาอะไร จะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไร เป็นต้น
(ข) เพื่อต้องการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินการ ทั้งองค์กรหรือบางส่วนหรือหน่วยงาน หรือเฉพาะเรื่องเฉพาะงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หรือเพื่อเพิ่มมูลค่า หรือเพื่อลดต้นทุนในการดำเนินการ เป็นต้น
(ค) เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า หรือตามกฎหมาย ตามกำหนดกฎเกณฑ์ของภาคสาธารณะ หรือให้สอดคล้องกับการแข่งขัน หรือสภาวะแวดล้อมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป การนำเทคโนโลยีมาใช้ในข้อนี้ เพื่อเป็นการต่อต้านหรือผสมผสานกับแรงกดดันจากภายนอก (external pressure)
(2) เทคโนโลยี ที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่คาดว่าจะมีขึ้นในอนาคต เป็นการมองการณ์ไกลว่าเทคโนโลยีที่มีอยู่ในขณะนี้ จะสามารถเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีอนาคตได้หรือไม่ อย่างไร ถ้าไม่ได้จะต้องลงทุนใหม่ การสูญเสียจากที่ลงทุนในเทคโนโลยี ปัจจุบันจะมีมากน้อยเพียงใด และจะต้องลงทุนใหม่อีกเท่าไร หรือสามารถนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาต่อยอดหรือยกระดับ เพิ่มสมรรถนะ ในราคาเท่าไร และต้องการทรัพยากรอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่ และจะต้องพิจารณาถึงเวลา ได้แก่ ระยะเวลาของการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และเวลาที่คาดว่าจะมีการสูญเสียที่จะมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอย่างไรบ้าง
นอกจากนั้น จะต้องพิจารณาว่า จะมีทางเลือกทางอื่นทางใดหรือไม่ ในการแก้ไขปัญหา หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ของการดำเนินการ การพิจารณาก็จะเหมือนกับการพิจารณาตัดสินใจการลงทุนทั่วๆ ไป เช่น จะลงทุนเองทั้งหมด หรือว่าจ้างผู้ให้บริการรับดำเนินการทั้งหมดหรือบางส่วน หรือจะซื้อหรือเช่าหรือเช่าซื้อ ค่าใช้จ่ายในการออกแบบติดตั้ง เริ่มดำเนินการ และการให้บริการในภายหลัง ตลอดจนการสรรหาบุคลากรที่เหมาะสมมาปฏิบัติงาน และการรองรับต่างๆ เช่น การฝึกอบรม ฯลฯ เป็นต้น
(3) เทคโนโลยีธุรกิจ คือ การเลือกเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันมาใช้ให้เหมาะสม สามารถสนองตอบต่อความต้องการ ตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินธุรกิจ ตามที่ได้กล่าวไปแล้วว่าเทคโนโลยีธุรกิจ จะเป็นเทคโนโลยีเฉพาะธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง
เพื่อให้เข้าใจในแนวความคิดในการนำเทคโนโลยีธุรกิจมาใช้ให้เกิดประโยชน์ จะขอนำกรณีศึกษาของวิสาหกิจขนาดกลาง หรือขนาดย่อม หรือ SMEs (Small and Medium Enterprises) มาเป็นตัวอย่าง ตั้งแต่ไม่มีระบบ แบบแผน วิธีการบริหารธุรกิจ เลยมาจนถึง แบบมีบ้างไม่มีบ้าง และบางธุรกิจมีระบบที่สมบูรณ์แบบ แต่ต้องการจะเพิ่มเติมสมรรถนะออกไป เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และเพื่อเสริมความเข้มแข็งพร้อมที่จะแข่งขันได้ในอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร